การมีเงินเพิ่มเติมสักนิดก็ยังดีกว่าเสมอแหละ โดยเฉพาะถ้ารายรับจากงานประจำมันค่อนข้างจะตึงมืออยู่หน่อยๆ และการเลือกทำงานเสริมที่เหมาะสามารถเพิ่มรายได้ในกระเป๋าที่ต้องการได้นะ
งานเสริมคือกิจกรรมสร้างรายได้ที่ทำควบคู่ไปกับงานประจำ ไม่ว่าจะเป็นงานฟรีแลนซ์ การขายสินค้าออนไลน์ หรือการให้บริการในเวลาว่าง ด้วยการเติบโตของการทำงานทางไกลและแพลตฟอร์มดิจิทัล การเปลี่ยนทักษะ งานอดิเรก หรือเวลาว่างให้กลายเป็นรายได้จึงง่ายกว่าที่เคย
คนที่มีงานเสริมนั้นก็มาจากหลากหลายพื้นเพและสาขาอาชีพ แต่ที่เหมือนกันคือมีความคิดสร้างสรรค์ ยินดีที่จะทดลองสิ่งใหม่ๆ และมองว่าทรัพยากรที่จำกัดเป็นความท้าทายที่น่าตื่นเต้น และการใช้เวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมงต่อสัปดาห์ก็สามารถเข้าถึงศักยภาพของการทำงานเสริมได้เช่นกัน
ไม่ว่าจะมีเป้าหมายในการสร้างรายได้แบบพาสซีฟ หรือเปลี่ยนงานอดิเรกให้เป็นธุรกิจที่ทำกำไรได้ ลิสต์งานเสริมด้านล่างนี้จะต้องมีสักไอเดียที่โดนใจแน่ๆ
30 ไอเดียงานเสริมที่น่าสนใจในปี 2026
- สร้างรายได้จากช่อง YouTube
- เขียนบล็อกหรือจดหมายข่าว
- หาสปอนเซอร์ในโซเชียลมีเดีย
- อัดพอดแคสต์
- ทำแบบสำรวจออนไลน์
- รับทดสอบแอป
- ให้บริการผู้ช่วยเสมือน
- ทำการตลาดแบบ Affiliate
- ขายสินค้าดิจิทัล
- เริ่มธุรกิจดรอปชิป
- ให้บริการการตลาดดิจิทัล
- รับงานฟรีแลนซ์ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์
- พัฒนาแอปมือถือ
- ขายสินค้ามือสองหรือวินเทจ
- ให้คำปรึกษาธุรกิจรักษ์โลก
- ทำเสื้อผ้าแบรนด์ตัวเอง
- ขายภาพถ่าย
- เป็นนักพากย์
- ที่ปรึกษาออกแบบภายใน VR
- ขายสินค้าแฮนด์เมด
- สอนพิเศษแบบตัวต่อตัวหรือออนไลน์
- ถอดเทปหรือรับงานแปล
- เป็นฟิตเนสเทรนเนอร์ออนไลน์
- เป็นไรเดอร์ส่งของ
- ให้เช่าบ้านหรือห้องว่าง
- ขับรถรับส่งผู้โดยสารผ่านแอป
- ล้างและดูแลรถ
- ตัดหญ้าและทำงานจัดสวนอื่นๆ
- จัดทัวร์ในละแวกใกล้เคียง
- บริการดูแลสัตว์เลี้ยงและพาสุนัขเดินเล่น
งานออนไลน์ยอดนิยมสำหรับคอนเทนต์ครีเอเตอร์
1. สร้างรายได้จากช่อง YouTube
รายได้โดยประมาณ: เฉลี่ยประมาณ 35-1,050 บาทต่อยอดรับชม 1,000 ครั้ง อ้างอิงข้อมูลจาก Influencer Marketing Hub
ประเทศไทยมีผู้ใช้อินเทอร์เน็ต 67.8 ล้านคน และมีบัญชีผู้ใช้โซเชียลมีเดีย 56.6 ล้านบัญชี ณ ปลายปี 2025 ตามรายงาน Digital 2026: Thailand ของ DataReportal จึงยังมีผู้ชมออนไลน์จำนวนมากที่ครีเอเตอร์สามารถเข้าถึงได้ผ่านช่อง YouTube ของตัวเอง
ครีเอเตอร์สามารถสร้างรายได้ผ่านโปรแกรมพาร์ทเนอร์ YouTube เมื่อมีคุณสมบัติตามเกณฑ์ ได้แก่ ผู้ติดตาม 1,000 คนและเวลาในการรับชมวิดีโอสาธารณะ 4,000 ชั่วโมงในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา หรือผู้ติดตาม 1,000 คนและยอดดู Shorts สาธารณะ 10 ล้านครั้งในช่วง 90 วันที่ผ่านมา จากนั้นจึงสมัครเพื่อรับส่วนแบ่งรายได้จากโฆษณาได้
นอกจากโฆษณาแล้ว ครีเอเตอร์ยังสร้างรายได้จากสปอนเซอร์ การตลาดแบบ Affiliate และการเป็นสมาชิกของช่องได้อีกด้วย
คำแนะนำสำหรับมือใหม่
สามารถเข้าถึงรายได้จากการรับชมเหล่านั้นได้โดยการเข้าร่วมโปรแกรมพาร์ทเนอร์ YouTube ที่อนุญาตให้สร้างรายได้จากโฆษณาที่แสดงระหว่างวิดีโอ แต่อย่าลืมว่า การรวบรวมผู้ชมให้เพียงพอเพื่อทำเงินจากโฆษณานั้นต้องใช้เวลา นั่นคือเหตุผลที่ครีเอเตอร์ YouTube หลายคนมองหาวิธีการสร้างรายได้อื่นๆ ควบคู่ไปด้วย
สามารถทำเงินจาก YouTube ได้หลายวิธี นอกเหนือจากการเข้าร่วมโปรแกรมพาร์ทเนอร์ ไม่ว่าจะเป็นการร่วมมือกับแบรนด์เพื่อโปรโมทผลิตภัณฑ์ในวิดีโอ โดยแบรนด์จะจ่ายค่าสปอนเซอร์หรือมอบส่วนแบ่งจากยอดขายเป็นการตอบแทน ส่วนอีกทางเลือกหนึ่งคือการชักชวนผู้ชมให้ซื้อผลิตภัณฑ์จากร้านค้าออนไลน์
วิธีเริ่มต้น
วิธีเริ่มสร้างรายได้เสริมจาก YouTube มีดังนี้
- เลือกหัวข้อที่สนใจจริง เช่น เกม ทำอาหาร การเงินส่วนบุคคล หรืองาน DIY แล้วสร้างคอนเทนต์อย่างสม่ำเสมอ
- ผลิตวิดีโอและ YouTube Shorts ที่น่าสนใจและตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมาย
- ใช้ AI ช่วยค้นหาไอเดียสำหรับวิดีโอและร่างโพสต์โปรโมตบนโซเชียลมีเดีย
2. เขียนบล็อกหรือจดหมายข่าว
รายได้โดยประมาณ: ขึ้นอยู่กับจำนวนผู้อ่าน กลุ่มเป้าหมาย และวิธีสร้างรายได้ของบล็อก
ใช้ทักษะการเขียนสร้างรายได้ด้วยการเปิดบล็อกหรือจดหมายข่าว โดยสามารถร่วมงานกับแบรนด์เพื่อทำคอนเทนต์สปอนเซอร์ ใส่ลิงก์ Affiliate หรือสมัครเครือข่ายโฆษณาอย่าง Google AdSense
บริการอย่าง Medium, Kit และ Substack ยังเปิดโอกาสให้นักเขียนอิสระเผยแพร่ผลงานและรับเงินจากผู้อ่านโดยตรง จึงช่วยลดการพึ่งพาโฆษณา สปอนเซอร์ หรืองานเขียนฟรีแลนซ์เพียงอย่างเดียว
คำแนะนำสำหรับมือใหม่
วิธีนี้ช่วยให้บล็อกเกอร์สามารถสร้างผู้ชมได้ในระยะยาวและรักษากระแสรายได้ให้เข้ามาทุกเดือนได้ โดยไม่ต้องพึ่งพาโฆษณาที่มากวนใจ การหาสปอนเซอร์ หรือการหางานเขียนฟรีแลนซ์อื่นๆ มาประกอบ
วิธีเริ่มต้น
วิธีสร้างรายได้จากบล็อก มีดังนี้
- เลือกหัวข้อเฉพาะสำหรับบล็อกและค้นหาคีย์เวิร์ด เพื่อวางแผนว่าจะเขียนเรื่องอะไร
- เลือกแพลตฟอร์มเขียนบล็อกหรือเครื่องมืออีเมลมาร์เก็ตติ้งเพื่อสร้างฐานผู้อ่าน
- ใช้เครื่องมือ AI อย่าง Shopify Sidekick ช่วยให้สร้างคอนเทนต์ได้รวดเร็วขึ้น
- สมัครเครือข่ายโฆษณาอย่าง Google AdSense เพื่อสร้างรายได้จากการแสดงโฆษณา
- เมื่อมีฐานผู้อ่านแล้ว ลองต่อยอดด้วยการขายสินค้าหรือสินค้าแบรนด์ของตัวเองให้กับผู้ติดตาม
3. หาสปอนเซอร์ในโซเชียลมีเดีย
รายได้โดยประมาณ: นาโนอินฟลูเอนเซอร์ที่มีผู้ติดตาม 1,000-10,000 คนอาจได้รับประมาณ 875-5,250 บาทต่อโพสต์สปอนเซอร์บน Instagram ส่วนเมกะอินฟลูเอนเซอร์ที่มีผู้ติดตามตั้งแต่ 1 ล้านคนขึ้นไปอาจได้รับตั้งแต่ประมาณ 1.75 ล้านบาทต่อโพสต์
หากมีงานอดิเรกหรือความสนใจเฉพาะทาง ลองสร้างคอนเทนต์บน TikTok หรือ Instagram สำหรับคนในชุมชนนั้น เมื่อมีฐานผู้ติดตามแล้ว สามารถสร้างรายได้จากสปอนเซอร์ โดยแบรนด์จ่ายเงินให้ช่วยประชาสัมพันธ์สินค้า
Amanda Rach Lee ครีเอเตอร์ YouTube และนักออกแบบเครื่องเขียน เริ่มสร้างช่องจากวิดีโอเกี่ยวกับงานอดิเรก เช่น การเขียนบันทึกและการทำสมุด DIY
“เราเริ่มทำเพราะสนุกกับการแบ่งปันสิ่งที่กำลังทำอยู่จริง ๆ” เธอกล่าวในการสัมภาษณ์กับ Shopify Masters
คำแนะนำสำหรับมือใหม่
ไม่จำเป็นต้องมีผู้ติดตามเป็นล้านก็ได้สปอนเซอร์ แบรนด์ต่างๆ ให้ความสำคัญกับไมโครอินฟลูเอ็นเซอร์ที่มีผู้ชมเฉพาะกลุ่มและมี Engagement สูงมากขึ้นเรื่อยๆ
วิธีเริ่มต้น
วิธีหาสปอนเซอร์สำหรับคอนเทนต์บนโซเชียลมีเดีย มีดังนี้
- โพสต์คอนเทนต์อย่างสม่ำเสมอบนหลายแพลตฟอร์มเพื่อสร้างฐานผู้ติดตาม
- ศึกษาเทคนิคการสร้างคอนเทนต์ให้เป็นไวรัลบน TikTok
- จัดทำ Media Kit ที่รวบรวมข้อมูลและสถิติจากช่องทางโซเชียลมีเดีย
- ติดต่อแบรนด์ที่เหมาะกับกลุ่มเป้าหมาย พร้อมนำเสนอ Media Kit ที่แสดงข้อมูลผู้ติดตามและอัตราการมีส่วนร่วม
4. อัดพอดแคสต์
รายได้โดยประมาณ: ขึ้นอยู่กับจำนวนผู้ฟัง รูปแบบรายการ และช่องทางสร้างรายได้
Statista คาดว่าจำนวนผู้ฟังพอดแคสต์ทั่วโลกจะเพิ่มเป็นมากกว่า 770 ล้านคนภายในปี 2030
การเริ่มทำพอดแคสต์ไม่จำเป็นต้องใช้เงินมาก ไมโครโฟน USB สำหรับพอดแคสต์มีให้เลือกในหลายระดับราคา และโปรแกรมบันทึกเสียงอย่าง Audacity ใช้งานได้ฟรี
คำแนะนำสำหรับมือใหม่
ไม่จำเป็นต้องมีประสบการณ์ด้านการกระจายเสียงมืออาชีพก็เริ่มพอดแคสต์ได้ พอดแคสเตอร์ที่ประสบความสำเร็จหลายคนเริ่มจากอุปกรณ์พื้นฐานแล้วค่อยๆ อัปเกรดไปเรื่อยๆ สิ่งสำคัญที่สุดคือเลือกหัวข้อเฉพาะทางที่จะพูดถึงอย่างสม่ำเสมอ
พอดแคสต์ยังเป็นแหล่งคอนเทนต์ที่นำกลับมาใช้ซ้ำได้ด้วย สามารถนำบทสนทนาจากพอดแคสต์ไปทำเป็น Reels บน Instagram, คลิป TikTok รวมถึงบทความบล็อกได้อีกด้วย
วิธีเริ่มต้น
วิธีเริ่มสร้างรายได้เสริมจากพอดแคสต์ มีดังนี้
- เลือกหัวข้อหรือประเด็นที่ตรงกับความสนใจของกลุ่มเป้าหมาย
- ใช้เครื่องมือ AI ถอดเสียงพอดแคสต์เป็นข้อความ เพื่อนำไปต่อยอดเป็นคอนเทนต์บนโซเชียลมีเดีย
- บันทึกพอดแคสต์ล่วงหน้าหลายตอนและวางแผนโปรโมตช่วงเปิดตัว
- เมื่อมีผู้ฟังเพิ่มขึ้น ค่อยสร้างรายได้จากโฆษณาหรือสปอนเซอร์
5. ทำแบบสำรวจออนไลน์
รายได้โดยประมาณ: ประมาณ 9-175 บาทต่อแบบสำรวจ อ้างอิงข้อมูลจาก Swagbucks
การทำแบบสำรวจออนไลน์อาจไม่สร้างรายได้มากพอสำหรับค่าใช้จ่ายทั้งหมด แต่ช่วยเพิ่มรายได้เสริมในเวลาว่างได้
แพลตฟอร์มแบบสำรวจหลายแห่งสมัครได้ฟรีและไม่ต้องใช้ทักษะเฉพาะ นอกจากการให้ความคิดเห็นตามความจริง แต่อาจต้องรอรับรางวัล เช่น Swagbucks ระบุว่าการประมวลผลรางวัลอาจใช้เวลาสูงสุด 10 วันทำการ
คำแนะนำสำหรับมือใหม่
แพลตฟอร์มสำรวจส่วนใหญ่สมัครฟรีและไม่ต้องมีทักษะพิเศษ นอกจากการให้ความเห็นอย่างตรงไปตรงมา สิ่งสำคัญคือการจัดการความคาดหวัง เพราะแบบสำรวจส่วนใหญ่จ่ายประมาณ 15-175 บาทต่อชิ้น และใช้เวลาทำ 5-20 นาที ระวังมิจฉาชีพที่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมล่วงหน้าหรือสัญญาว่าจะได้เงินมากเกินจริง
วิธีเริ่มต้น
วิธีสร้างรายได้เสริมจากการทำแบบสำรวจออนไลน์ คือสมัครแพลตฟอร์มอย่าง
6. รับทดสอบแอป
รายได้โดยประมาณ: ขึ้นอยู่กับแพลตฟอร์มและประเภทการทดสอบ
นักพัฒนาต้องการผู้ทดสอบให้ลองกดลิงก์และปุ่มต่าง ๆ ก่อนเปิดใช้แอปจริง โดยอาจให้ตรวจสอบเมนูที่ใช้งานสับสน ลิงก์เสีย หรือคำแนะนำที่ไม่ชัดเจน
Respondent ระบุว่าค่าตอบแทนเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 3,325 บาทต่อโปรเจกต์ แต่ระยะเวลารับเงินขึ้นอยู่กับแพลตฟอร์ม เช่น UserTesting ระบุว่าโดยทั่วไปจะชำระเงินหลังเสร็จสิ้นการทดสอบประมาณ 14 วัน
คำแนะนำสำหรับมือใหม่
การทดสอบแอปและเว็บไซต์ไม่ต้องมีความเชี่ยวชาญด้านเทคนิค แค่สามารถใช้งานเว็บไซต์และแอปได้พร้อมกับพูดความคิดเห็นออกมาดังๆ ขณะทดสอบ บริษัทต่างๆ ให้ความสำคัญกับฟีดแบ็กที่ตรงไปตรงมาเกี่ยวกับการนำทางที่สับสน ลิงก์ที่เสีย หรือคำแนะนำที่ไม่ชัดเจน
วิธีเริ่มต้น
สมัครแพลตฟอร์มที่จับคู่ผู้ทดสอบกับบริษัทหรือทีมพัฒนาผลิตภัณฑ์
งานการตลาดและอีคอมเมิร์ซที่ทำกำไรได้
การขยายกิจกรรมออนไลน์ให้กลายเป็นธุรกิจเต็มรูปแบบเป็นอีกเส้นทางสู่ความสำเร็จของงานเสริม หรืออาจกลายเป็นอาชีพเต็มเวลาได้เลย
7.ให้บริการผู้ช่วยเสมือน
รายได้โดยประมาณ: 250–500 บาทต่อชั่วโมง โดยขึ้นอยู่กับลักษณะงาน ประสบการณ์ และขอบเขตบริการ จากตัวอย่างแพ็กเกจที่ประกาศบน Fastwork
ผู้ช่วยเสมือน คือผู้ที่ช่วยจัดการงานต่าง ๆ ให้ลูกค้าจากระยะไกล เช่น จัดตารางนัดหมาย ตอบอีเมล คีย์ข้อมูล ประสานงาน จองเที่ยวบินหรือที่พัก และจัดเตรียมเอกสาร
คำแนะนำสำหรับมือใหม่
ลองพิจารณาว่ามีทักษะใดที่สามารถนำมาใช้เป็นจุดขายได้ เช่น การตลาด การบริการลูกค้า การทำบัญชีเบื้องต้น การจัดการโซเชียลมีเดีย หรือการใช้ภาษาอังกฤษ ผู้ที่มีทักษะเฉพาะทางสามารถกำหนดค่าบริการได้สูงกว่างานธุรการทั่วไป โดยควรคิดราคาตามความซับซ้อน ระยะเวลา และความรับผิดชอบของงาน
วิธีเริ่มต้น
วิธีเริ่มให้บริการผู้ช่วยเสมือน มีดังนี้
- สำรวจทักษะของตัวเองและเลือกงานที่สามารถให้บริการได้
- ลงประกาศบริการผู้ช่วยเสมือนบนแพลตฟอร์มอย่าง Fastwork, Upwork หรือ Fiverr
- ติดต่อลูกค้าโดยตรง โดยมองหาผู้ประกอบการที่มีงานล้นมือและอาจต้องการผู้ช่วย
8. ทำการตลาดแบบ Affiliate
รายได้โดยประมาณ: ค่าคอมมิชชันประมาณ 5%-30% ขึ้นอยู่กับโปรแกรม Affiliate
การตลาดแบบ Affiliate คือการโปรโมตสินค้าหรือบริการผ่านช่องทางของตัวเอง และรับค่าคอมมิชชันเมื่อมีคำสั่งซื้อจากลิงก์หรือรหัสเฉพาะที่มอบให้ผู้ติดตาม
คำแนะนำสำหรับมือใหม่
การตลาดผ่านตัวแทนที่ประสบความสำเร็จต้องมีผู้ชมอยู่แล้ว ไม่ว่าจะผ่านบล็อก ผู้ติดตามในโซเชียลมีเดีย อีเมลลิสต์ หรือช่อง YouTube สิ่งสำคัญคือการโปรโมทผลิตภัณฑ์ที่ตรงกับความสนใจและความต้องการของผู้ชมจริงๆ
วิธีเริ่มต้น
- เลือกหัวข้อเฉพาะสำหรับทำ Affiliate แล้วสร้างบล็อก จดหมายข่าว หรือบัญชีโซเชียลมีเดียเพื่อเผยแพร่คอนเทนต์
- สมัครเข้าร่วม Affiliate Network อย่าง Impact หรือ Awin หรือสมัครโปรแกรมของแบรนด์โดยตรง เช่น Shopify Affiliate Program
- ใช้เครื่องมือจัดการลิงก์ที่สามารถติดตามประสิทธิภาพของ Affiliate Link และแนะนำโปรแกรมที่ให้ค่าคอมมิชชันสูงกว่า
9. ขายสินค้าดิจิทัล
รายได้โดยประมาณ: ขึ้นอยู่กับประเภทสินค้า ราคา และขนาดกลุ่มเป้าหมาย
สินค้าดิจิทัลคือสินค้าที่อยู่ในรูปแบบออนไลน์ เช่น เอกสาร ไฟล์เสียง วิดีโอ เทมเพลต หรือไฟล์ดาวน์โหลดอื่น ๆ
ข้อดีของสินค้าดิจิทัลคือสามารถขายซ้ำได้โดยไม่ต้องผลิตสินค้าใหม่ทุกครั้ง เริ่มจากค้นหาปัญหาของกลุ่มเป้าหมายที่สามารถช่วยแก้ได้ เช่น เทมเพลตที่ช่วยประหยัดเวลา คู่มือสอนทักษะ หรือเครื่องมือที่ทำให้งานง่ายขึ้น
คำแนะนำสำหรับมือใหม่
ข้อดีของผลิตภัณฑ์ดิจิทัลคือสามารถขายซ้ำได้โดยไม่มีต้นทุนการผลิตเพิ่มเติม เริ่มจากการระบุปัญหาที่สามารถแก้ไขให้กลุ่มเป้าหมายเฉพาะได้ ไม่ว่าจะเป็นเทมเพลตที่ช่วยประหยัดเวลา คู่มือที่สอนทักษะ หรือเครื่องมือที่ทำให้กระบวนการง่ายขึ้น
วิธีเริ่มต้น
- สร้างสินค้าดิจิทัลที่ต้องการขายออนไลน์
- เลือกแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซสำหรับจำหน่ายสินค้า
- โปรโมตสินค้าบนโซเชียลมีเดีย พร้อมเสนอสิ่งจูงใจ เช่น ตัวอย่างฟรีหรือโค้ดส่วนลด
10. เริ่มธุรกิจดรอปชิป
รายได้โดยประมาณ: อัตรากำไรประมาณ 10%-20% ตามข้อมูลจาก TrueProfit
ดรอปชิปคือโมเดลธุรกิจออนไลน์ที่บุคคลที่สามเป็นผู้ผลิตหรือจัดหาสินค้าและจัดส่งแทน ผู้ขายมีหน้าที่เปิดร้าน กำหนดราคา และทำยอดขาย เมื่อซัพพลายเออร์ดูแลการจัดส่ง ผู้ขายจึงมีเวลามุ่งเน้นการตลาดและดูแลลูกค้า
คำแนะนำสำหรับมือใหม่
ความสำเร็จของดรอปชิปมาจากการเลือกสินค้าที่ถูกต้องและซัพพลายเออร์ที่เชื่อถือได้ เริ่มจากซัพพลายเออร์ที่จัดส่งเร็ว (ไม่เกิน 7 วัน) เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาจากลูกค้า
วิธีเริ่มต้น
- เลือกตลาดเฉพาะสำหรับธุรกิจดรอปชิป
- เปิดร้านค้าออนไลน์
- เลือกแอปดรอปชิปและค้นหาซัพพลายเออร์ที่เชื่อมต่อกับแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซของคุณได้
- ใช้เครื่องมืออย่าง AI Dropshipping ช่วยปรับข้อมูลสต็อกสินค้าโดยอัตโนมัติ เพื่อลดความเสี่ยงในการรับคำสั่งซื้อสินค้าที่หมด
- หากใช้ Shopify สามารถเลือกสินค้าจากแบรนด์ที่ผ่านการตรวจสอบบน Shopify Collective และให้ซัพพลายเออร์จัดส่งสินค้าไปยังลูกค้าโดยตรง โดยไม่ต้องสต็อกสินค้าเอง
11. ให้บริการการตลาดดิจิทัล
รายได้โดยประมาณ: ประมาณ 525-1,575 บาทต่อชั่วโมงผ่าน Upwork
หลายธุรกิจต้องการบริการการตลาดดิจิทัลเพื่อช่วยสร้างคอนเทนต์ ดูแลบัญชีโซเชียลมีเดีย และปรับปรุงเว็บไซต์ให้มีประสิทธิภาพ
Primal เอเจนซีการตลาดดิจิทัลที่เริ่มต้นจากทีมงานเพียง 6 คน ก่อนขยายเป็นทีมผู้เชี่ยวชาญมากกว่า 150 คนในไทย มาเลเซีย และสิงคโปร์ โดยให้บริการด้าน SEO โฆษณาออนไลน์ และการตลาดดิจิทัล พร้อมดูแลแคมเปญให้แบรนด์ต่าง ๆ มากกว่า 5,000 แคมเปญ
คำแนะนำสำหรับมือใหม่
เริ่มจากการเชี่ยวชาญบริการ 1-2 อย่างแทนที่จะรับทำทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการจัดการโซเชียลมีเดีย อีเมลมาร์เก็ตติ้ง SEO หรือโฆษณาแบบจ่ายเงิน การพัฒนาความเชี่ยวชาญในด้านเฉพาะทางจะช่วยให้เรียกราคาได้สูงขึ้นและส่งมอบผลลัพธ์ที่ดีกว่า
วิธีเริ่มต้น
วิธีสร้างรายได้เสริมจากงานการตลาดดิจิทัล มีดังนี้
- เรียนหลักสูตรการตลาดดิจิทัลฟรีจาก Shopify Academy, Google หรือ HubSpot
- ทดลองใช้เทคนิคการตลาดกับเว็บไซต์หรือบล็อกของตัวเอง
- ลงประกาศบริการบนแพลตฟอร์มฟรีแลนซ์หรือติดต่อนำเสนองานกับลูกค้าโดยตรง
12. รับงานฟรีแลนซ์ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์
รายได้โดยประมาณ: ขึ้นอยู่กับประเภทงาน ความเชี่ยวชาญ และขอบเขตของโปรเจกต์
แพลตฟอร์มฟรีแลนซ์อย่าง Fastwork, Fiverr และ Upwork ช่วยจับคู่ธุรกิจกับฟรีแลนซ์ที่มีทักษะตรงตามความต้องการ และสามารถต่อยอดเป็นงานเสริมสร้างรายได้ได้ โดยตัวอย่างค่าบริการที่ประกาศบน Fastwork มีดังนี้
- งานบัญชี เริ่มต้นประมาณ 1,200–3,500 บาท
- งานพัฒนา AI Chatbot เริ่มต้นประมาณ 2,500–4,800 บาท
- งานออกแบบแบรนด์และอัตลักษณ์องค์กร เริ่มต้นประมาณ 5,900–21,900 บาท
- งานบริหารโปรเจกต์ เริ่มต้นประมาณ 3,000–15,000 บาท
- งานดูแลโซเชียลมีเดีย เริ่มต้นประมาณ 3,500–12,900 บาทต่อเดือน
คำแนะนำสำหรับมือใหม่
เริ่มจากการสร้างความเชี่ยวชาญในบริการ 1-2 ด้าน แทนการรับงานทุกประเภท เช่น การดูแลโซเชียลมีเดีย อีเมลมาร์เก็ตติ้ง SEO หรือการทำโฆษณาออนไลน์
“ถ้าเป็นไปได้ ควรเลือกตลาดที่ตัวเองสนใจอยู่แล้ว” Shuang Esther Shan โปรดิวเซอร์อาวุโสของพอดแคสต์ Shopify Masters กล่าว “ลองตรวจสอบกระแสด้วย Social Listening การค้นหาคีย์เวิร์ด หรือ Google Trends เพื่อดูว่ากลุ่มคนที่สนใจตลาดนั้นกำลังเติบโตจริงหรือไม่”
วิธีเริ่มต้น
วิธีเริ่มรับงานฟรีแลนซ์เป็นอาชีพเสริม มีดังนี้
- สมัครแพลตฟอร์มฟรีแลนซ์อย่าง Fastwork, Fiverr หรือ Upwork
- สร้างเว็บไซต์ Portfolio เพื่อแสดงทักษะและผลงานที่ผ่านมา
- ติดต่อนำเสนอบริการกับลูกค้าที่ต้องการทักษะด้านการตลาดของคุณโดยตรง
13. พัฒนาแอปมือถือ
รายได้โดยประมาณ: ประมาณ 1,575-119,000 บาทขึ้นไปต่อโปรเจกต์ผ่าน Fiverr
การพัฒนาแอปมือถืออาจเป็นงานเสริมที่สร้างรายได้ หากมีทักษะเขียนโค้ดหรือรู้จักใช้ AI ช่วยเขียนโค้ด นักพัฒนาอิสระสามารถแบ่งเวลาช่วงเย็นหรือวันหยุดมาทำโปรเจกต์ได้
คำแนะนำสำหรับมือใหม่
การพัฒนาแอปต้องมีทักษะด้านเทคนิค แต่มีแหล่งเรียนรู้ฟรีมากมายให้ศึกษา เริ่มจากแอปง่ายๆ ที่แก้ปัญหาเฉพาะทาง แทนที่จะพยายามทำโปรเจกต์ที่ซับซ้อน นักพัฒนาแอปที่ประสบความสำเร็จหลายคนเริ่มจากการสร้างเครื่องมือที่ตัวเองต้องการใช้ แล้วพบว่าคนอื่นก็มีปัญหาเดียวกัน
วิธีเริ่มต้น
- คิดไอเดียแอปจากปัญหาหรือประสบการณ์ที่พบด้วยตัวเอง
- เลือกเครื่องมือ AI หรือแพลตฟอร์ม No-code สำหรับพัฒนาแอป
- เปิดให้กลุ่มผู้ใช้ทดลองใช้แอปเวอร์ชัน Beta ก่อนนำแอปขึ้น App Store
14. ขายสินค้ามือสองหรือวินเทจ
รายได้โดยประมาณ: ขึ้นอยู่กับประเภทสินค้า สภาพสินค้า ต้นทุน และช่องทางขาย
สามารถขายของที่ไม่ได้ใช้แล้วผ่านตลาดนัด กลุ่มซื้อขายออนไลน์ Kaidee หรือ Facebook Marketplace เช่น เสื้อผ้าวินเทจ ของเล่นเด็กมือสอง ของสะสม และเฟอร์นิเจอร์
Nica Yusay ผู้ก่อตั้งแบรนด์วินเทจ FashioNica เริ่มขายสินค้ามือสองหลังเรียนจบ โดยคัดเลือกเสื้อผ้าสัปดาห์ละ 5-6 ชิ้น ทำวิดีโอแนะนำการแต่งตัว แล้วขายผ่านร้านค้าออนไลน์
“เหตุผลที่เราชอบเลือกซื้อของมือสองคือความตื่นเต้นจากการค้นหา เพราะเราไม่มีทางรู้ว่าจะได้พบอะไร” เธอกล่าวในการสัมภาษณ์กับ Shopify Masters
คำแนะนำสำหรับมือใหม่
เริ่มจากการขายของที่มีอยู่แล้วเพื่อเรียนรู้กระบวนการโดยไม่ต้องลงทุนล่วงหน้า เมื่อมั่นใจมากขึ้น ก็เริ่มหาสินค้าจากร้านมือสอง งานขายของเก่า หรือตลาดนัด สิ่งสำคัญคือการฝึกสายตาให้เห็นสินค้าคุณภาพดีที่ราคาต่ำกว่าความเป็นจริง ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้าแบรนด์เนม เฟอร์นิเจอร์วินเทจ หรือของสะสม
วิธีเริ่มต้น
ในการเริ่มกิจการรีเซล มีขั้นตอนดังนี้
- เริ่มขายสิ่งของที่มีอยู่แล้วและไม่ได้ใช้งาน
- หาสินค้าจากร้านมือสอง ตลาดนัด หรือตลาดขายของเก่า
- เปิดร้านค้าออนไลน์เพื่อเข้าถึงลูกค้านอกเหนือจากตลาดหรือกลุ่มซื้อขายในพื้นที่
15. ให้คำปรึกษาธุรกิจรักษ์โลก
รายได้โดยประมาณ: ประมาณ 1,295 บาทต่อชั่วโมงสำหรับที่ปรึกษาด้านความยั่งยืนโดยเฉลี่ย ตามข้อมูลจาก Payscale
รายงานปี 2025 ของ Getty Images พบว่า ผู้บริโภคทั่วโลก 86% เชื่อว่าธุรกิจควรใช้ทรัพยากรของตนเพื่อสร้างผลดีต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม จึงเป็นโอกาสสำหรับผู้ที่สามารถช่วยธุรกิจวางแนวทางด้านความยั่งยืน
คำแนะนำสำหรับมือใหม่
ธุรกิจจำนวนมากต้องการปรับปรุงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมแต่ไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหน ให้โฟกัสที่คำแนะนำที่ปฏิบัติได้จริง เช่น การลดขยะจากบรรจุภัณฑ์ การจัดหาวัสดุที่ยั่งยืน หรือการดำเนินงานที่ประหยัดพลังงาน
วิธีเริ่มต้น
- สร้างประสบการณ์ด้านความยั่งยืนด้วยการอาสาช่วยเหลือธุรกิจหรือองค์กรการกุศลในพื้นที่
- สร้างเว็บไซต์เพื่อนำเสนอบริการให้คำปรึกษา
- ใช้แพลตฟอร์มอย่าง Contra เพื่อค้นหาลูกค้าที่ต้องการที่ปรึกษา
งานสร้างสรรค์และศิลปะที่ทำได้จากที่บ้าน
16. ทำเสื้อผ้าแบรนด์ตัวเอง
รายได้โดยประมาณ: อัตรากำไรขั้นต้นประมาณ 60%-70% ตามข้อมูลจาก TrueProfit
หากชื่นชอบงานออกแบบ ลองเริ่มธุรกิจ Print on Demand แอปอย่าง Printful ช่วยให้อัปโหลดลายลงบนเสื้อผ้าที่ผลิตและจัดส่งเมื่อมีคำสั่งซื้อ จึงไม่ต้องซื้อสต็อกจำนวนมากล่วงหน้า หรือจะออกแบบและผลิตเสื้อผ้าเอง โดยตัดเย็บหรือจ้างโรงงานผลิตก็ได้
คำแนะนำสำหรับมือใหม่
การเริ่มต้นแบรนด์เสื้อผ้าไม่จำเป็นต้องเรียนจบแฟชั่นหรือมีคอนเนกชันในวงการ ผู้ก่อตั้งที่ประสบความสำเร็จหลายคนเริ่มจากการระบุช่องว่างในตลาด คือเสื้อผ้าที่หาซื้อให้ตัวเองไม่ได้
วิธีเริ่มต้น
- เชื่อมต่อแอปอย่าง Printful หรือ Printify เข้ากับร้านค้า Shopify
- เลือกสินค้าที่ต้องการปรับแต่งและอัปโหลดลายออกแบบ
- โปรโมตสินค้าให้กับกลุ่มเป้าหมายเฉพาะบนโซเชียลมีเดีย
- หากต้องการผลิตเสื้อผ้าเอง ให้เริ่มจากการสเก็ตช์แบบหรือสร้าง Mood Board สำหรับกำหนดแนวคิดของแบรนด์
- ศึกษากลุ่มเป้าหมายและคู่แข่งเพื่อค้นหาช่องว่างในตลาด
- ใช้เครื่องมือ AI อย่าง Midjourney หรือ DALL-E ช่วยสร้างแนวคิดด้านภาพและกราฟิก หรือใช้ ChatGPT ช่วยคิดไอเดียและข้อความสำหรับลายเสื้อ
17. ขายภาพถ่าย
รายได้โดยประมาณ: ขึ้นอยู่กับแพลตฟอร์ม ประเภทใบอนุญาต และจำนวนครั้งที่ขายได้
เว็บไซต์อย่าง Shutterstock เปิดให้ช่างภาพส่งภาพเพื่อจำหน่ายสิทธิ์ใช้งานแก่ลูกค้าที่ต้องการภาพสำหรับเว็บไซต์หรือโฆษณา นอกจากนี้ยังสามารถขายภาพเป็นงานพิมพ์ นำไปใช้บนแก้วหรือเสื้อผ้า หรือรับจ้างถ่ายภาพโดยตรง
คำแนะนำสำหรับมือใหม่
เริ่มจากขายภาพสต๊อก ซึ่งอาจสร้างรายได้ต่อเนื่องหลังอัปโหลดแล้ว แต่รายได้แตกต่างกันไปตามแพลตฟอร์ม
- Unsplash จ่ายค่าตอบแทนตามภาพที่ได้รับเลือก โดยจำนวนเงินขึ้นอยู่กับบรีฟและเงื่อนไขของแพลตฟอร์ม
- Shutterstock จ่ายส่วนแบ่งให้ผู้ส่งผลงานประมาณ 15%-40% ของราคาขายสิทธิ์ภาพ ตามระดับรายได้ของผู้ส่งผลงาน
วิธีเริ่มต้น
วิธีเริ่มสร้างรายได้เสริมจากการถ่ายภาพ มีดังนี้
- สร้าง Portfolio ที่รวบรวมภาพถ่ายที่ดีที่สุด
- อัปโหลดภาพคุณภาพสูงไปยังเว็บไซต์ขายภาพสต๊อก
- ติดต่อธุรกิจหรือผู้จัดงานในพื้นที่เพื่อนำเสนอบริการถ่ายภาพ
18. เป็นนักพากย์
รายได้โดยประมาณ: ประมาณ 1,400-2,975 บาทต่อชั่วโมงผ่าน Upwork
งานพากย์มีตั้งแต่การอ่านหนังสือเสียงไปจนถึงพากย์ตัวละครแอนิเมชัน หากมีไมโครโฟนคุณภาพดีและซอฟต์แวร์ตัดต่อเสียง ก็สามารถเริ่มทำงานจากบ้านได้
ไม่จำเป็นต้องมีสตูดิโอมืออาชีพในช่วงเริ่มต้น เพียงมีไมโครโฟนที่เหมาะสมและพื้นที่เงียบ ส่วนเครื่องมือสร้างเสียงด้วย AI อย่าง ElevenLabs สามารถจำลองเสียงเพื่อสร้างไฟล์เสียงใหม่ได้ แต่ต้องใช้งานโดยได้รับความยินยอมและเป็นไปตามเงื่อนไขของแพลตฟอร์ม
คำแนะนำสำหรับมือใหม่
ฝึกอ่านบทออกเสียง ทดลองใช้โทนเสียงหลายรูปแบบ และบันทึกตัวอย่างที่แสดงขอบเขตความสามารถ
วิธีเริ่มต้น
- วิธีเริ่มขายบริการพากย์เสียง มีดังนี้
- สร้างตัวอย่างเสียงพากย์หลากหลายรูปแบบเพื่อใช้ใน Portfolio
- สมัครแพลตฟอร์มฟรีแลนซ์อย่าง Fastwork หรือ Voices.com เพื่อค้นหางาน
19. ที่ปรึกษาออกแบบภายใน VR
รายได้โดยประมาณ: ประมาณ 7,000-105,000 บาทสำหรับงานให้คำปรึกษาและจัดทำภาพออกแบบ ตามข้อมูลจาก Angi
บริการออกแบบภายในออนไลน์อาจประกอบด้วยคำปรึกษา การวางผังพื้นที่ รายการสินค้าแนะนำ หรือแผนปรับปรุงบ้าน นอกจากนี้ยังสามารถให้คำปรึกษาแก่แบรนด์ที่ต้องการออกแบบร้านค้าปลีกได้
คำแนะนำสำหรับมือใหม่
เริ่มจากช่วยเพื่อนหรือสมาชิกในครอบครัวฟรีหรือคิดราคาพิเศษ เพื่อสร้าง Portfolio ภาพก่อนและหลัง จากนั้นนำผลงานขึ้นเว็บไซต์ที่เปิดให้ลูกค้าส่งข้อมูลเกี่ยวกับพื้นที่และขอใช้บริการได้
วิธีเริ่มต้น
- วิธีเริ่มให้บริการออกแบบภายในออนไลน์ มีดังนี้
- สร้าง Portfolio ด้วยการช่วยออกแบบพื้นที่ให้เพื่อนหรือสมาชิกในครอบครัว แล้ววางแผนสร้างเว็บไซต์ที่ใช้งานง่าย
- ใช้แอปจองนัดหมายอย่าง Appointly หรือ Hoppy
สร้างแพ็กเกจบริการที่ระบุสิ่งที่จะได้รับอย่างชัดเจน เช่น Mood Board แปลนพื้นที่ และรายการสินค้าแนะนำ
20. ขายสินค้าแฮนด์เมด
รายได้โดยประมาณ: อัตรากำไรขั้นต้นของสินค้าแฮนด์เมดอยู่ที่ประมาณ 71%-87% ตามข้อมูลจาก Craftybase
ไม่ว่าจะเป็นงานไม้ งานถักนิตติ้ง ภาพวาด เครื่องประดับ หรืองานฝีมือ งานอดิเรกเหล่านี้สามารถนำมาต่อยอดเป็นรายได้เสริมได้
Kristen Pumphrey ผู้ก่อตั้ง P.F. Candle Co. เล่าว่า เธอเรียนทำเทียนตั้งแต่อายุ 12 ปีในชั้นเรียนงานฝีมือหลังเลิกเรียน และเริ่มขายเทียนกับงานฝีมือผ่าน Etsy ในปี 2006 ปัจจุบันสินค้าของ P.F. Candle Co. วางจำหน่ายผ่านร้านค้าปลีกรายใหญ่
คำแนะนำสำหรับมือใหม่
ศึกษาตลาดเพื่อดูว่าสินค้าแฮนด์เมดประเภทใดมีความต้องการ
“แบรนด์เทียนที่คุณชื่นชอบมีอยู่ในตลาดแล้ว สิ่งที่ต้องค้นหาคือพื้นที่เฉพาะของเรา และความต้องการใดที่ยังไม่มีใครตอบโจทย์” Kristen กล่าวใน Shopify Masters
วิธีเริ่มต้น
- วิธีเริ่มขายงานฝีมือเป็นอาชีพเสริม มีดังนี้
- เลือกสินค้าแฮนด์เมดที่จะทำและบันทึกต้นทุนวัสดุ
- ใช้เครื่องมือคำนวณอัตรากำไรเพื่อกำหนดราคาขายปลีก
ลงขายสินค้าผ่านเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซของตัวเอง หรือแพลตฟอร์มที่รองรับผู้ขายในไทย โดยตรวจสอบค่าธรรมเนียม การชำระเงิน และข้อกำหนดของแต่ละแพลตฟอร์มก่อนเปิดร้าน
งานเสริมที่ยืดหยุ่นสำหรับผู้สอนและนักสื่อสาร
แบ่งปันความรู้เกี่ยวกับงานอดิเรกหรือหัวข้อที่เชี่ยวชาญเพื่อสร้างรายได้แบบพาร์ตไทม์ หากมีทักษะด้านการจัดงานหรือบริหารเวลา ธุรกิจก็อาจยินดีจ่ายเพื่อเรียนรู้จากประสบการณ์ของคุณ
21. สอนพิเศษแบบตัวต่อตัวหรือออนไลน์
รายได้โดยประมาณ: ประมาณ 525-2,625 บาทต่อชั่วโมง ตามข้อมูลจาก TutorCruncher
แพลตฟอร์มออนไลน์อย่าง Cambly, TutorOcean และ Preply เปิดโอกาสให้สมัครเป็นติวเตอร์ออนไลน์ โดยคุณสมบัติและประเทศที่เปิดรับแตกต่างกันไป ผู้เรียนหรือนักศึกษาที่มีความรู้เฉพาะทางก็สามารถรับสอนเตรียมสอบหรือช่วยทบทวนบทเรียนได้
วิธีเริ่มต้น
วิธีเริ่มธุรกิจสอนพิเศษ มีดังนี้
- เลือกวิชาหรือทักษะที่มีความรู้และความเชี่ยวชาญ
- ค้นหานักเรียนผ่านแพลตฟอร์มสอนพิเศษหรือสถาบันการศึกษาในพื้นที่
22. ถอดเทปหรือรับงานแปล
รายได้โดยประมาณ: ประมาณ 420-770 บาทต่อชั่วโมงสำหรับงานถอดเทปผ่าน Upwork
ผู้รับถอดเทปจะได้รับไฟล์เสียงหรือวิดีโอจากลูกค้า แล้วพิมพ์ข้อความตามที่ได้ยิน จึงต้องฟังแม่นและพิมพ์คล่อง ทั้งนี้ เครื่องมือถอดเสียงและแปลภาษาอัตโนมัติมีมากขึ้น ผู้ให้บริการจึงควรเพิ่มคุณค่าด้วยการตรวจทาน ความเข้าใจบริบท และความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน
คำแนะนำสำหรับมือใหม่
ฝึกพิมพ์ให้รวดเร็วและแม่นยำด้วยเครื่องมือฟรีอย่าง Typing Academy หรือ KeyBr โดยตั้งเป้าถอดเสียงความยาว 1 ชั่วโมงให้เสร็จภายในไม่เกิน 3 ชั่วโมง
วิธีเริ่มต้น
- วิธีสร้างรายได้จากงานถอดเทป มีดังนี้
- ฝึกพิมพ์ให้รวดเร็วและแม่นยำ
- สมัครแพลตฟอร์มฟรีแลนซ์อย่าง Fastwork, Upwork, Rev, TranscribeMe หรือ GoTranscript โดยตรวจสอบภาษาที่เปิดรับและเงื่อนไขของแต่ละแพลตฟอร์ม
23. เป็นฟิตเนสเทรนเนอร์ออนไลน์
รายได้โดยประมาณ: ประมาณ 1,750-3,150 บาทต่อคลาส ตามข้อมูลจาก Bark
สามารถสร้างตัวตนในฐานะครีเอเตอร์ด้านฟิตเนสและแบ่งปันไลฟ์สไตล์เพื่อสุขภาพ หรือเปิดคลาสให้กับผู้ติดตามกลุ่มเล็กที่มีความสนใจชัดเจน
Ross Oltorik และ Jay Neyer ผู้ร่วมก่อตั้ง Body Boss บริษัทอุปกรณ์ฝึกความแข็งแรงแบบพกพา สร้างบริการยิมออนไลน์หลังลูกค้าบอกว่าไม่รู้วิธีใช้อุปกรณ์ของบริษัท
“เราเริ่มเห็นว่าจริงๆ แล้วอุปกรณ์พวกนี้สามารถทำหน้าที่เหมือนยิมได้โดยไม่จำเป็นต้องมีสถานที่จริง เลยคิดว่าแล้วทำไมไม่ลองสร้างยิมออนไลน์ดู” Ross กล่าวใน Shopify Masters
ทั้งคู่เปิดคลาสออกกำลังกายแบบถ่ายทอดสดตามเวลาที่กำหนด และแบ่งระดับบริการตามความพร้อมของลูกค้า ปัจจุบันมีทั้งโปรแกรมกับคู่มือออกกำลังกายออนไลน์สำหรับหลายระดับและหลายเป้าหมาย
คำแนะนำสำหรับมือใหม่
พูดคุยกับกลุ่มเป้าหมายเพื่อออกแบบโปรแกรมที่เหมาะกับความต้องการ Jay และ Ross ใช้แนวทางนี้ โดยนำประสบการณ์จากลูกค้าที่ฝึกแบบตัวต่อตัวมาพัฒนาโปรแกรมเฉพาะบุคคล
“จุดเริ่มต้นคือการฝึกออนไลน์แบบตัวต่อตัวที่เป็นส่วนตัวมาก วิธีนี้ช่วยให้เราพิสูจน์แนวคิดได้จริง” Jay กล่าว
วิธีเริ่มต้น
วิธีเริ่มสอนฟิตเนสออนไลน์เป็นงานเสริม มีดังนี้
- เลือกแพลตฟอร์มที่รองรับการขายคลาสดิจิทัล หรือใช้ระบบประชุมวิดีโอร่วมกับช่องทางรับชำระเงินที่เหมาะกับลูกค้าในไทย
- ลองเปิดคลาสแบบพบหน้าฟรีควบคู่กับแพ็กเกจสมาชิกออนไลน์
งานเสริมที่ต้องลงแรงและงานใกล้บ้าน
ด้วยเวลาว่างสักหน่อย ก็สามารถทำเงินจากการตอบสนองความต้องการของชุมชนในละแวกบ้านได้
24. เป็นไรเดอร์ส่งของ
รายได้โดยประมาณ: สูงสุดมากกว่า 36,000 บาทต่อเดือน ตามข้อมูลจาก Grab ทั้งนี้ รายได้จริงขึ้นอยู่กับความสามารถในการรับงาน จำนวนรอบ และประเภทบริการ
หากอยากขับรถหารายได้เสริมแต่ไม่ต้องการรับผู้โดยสาร งานส่งอาหาร ของใช้ หรือพัสดุเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง
ในประเทศไทยสามารถสมัครรับงานผ่านแพลตฟอร์มอย่าง Grab หรือ LINE MAN รวมถึงติดต่อร้านค้าและร้านอาหารในพื้นที่โดยตรง
คำแนะนำสำหรับมือใหม่
เริ่มจากเลือกรับงานในช่วงเวลาว่างและพื้นที่ที่คุ้นเคย ก่อนเพิ่มจำนวนรอบเมื่อเข้าใจเส้นทาง ช่วงเวลาที่มีคำสั่งซื้อสูง และต้นทุนจริงของตัวเองแล้ว
เรียนรู้พื้นที่จัดส่งให้ดี จัดเรียงอาหารหรือพัสดุในรถอย่างเป็นระบบ และวางเส้นทางให้เหมาะสมเพื่อทำงานได้เร็วขึ้น โดยไม่ลดความปลอดภัยในการขับขี่
วิธีเริ่มต้น
วิธีเริ่มทำงานส่งอาหาร ของใช้ หรือพัสดุเป็นอาชีพเสริม มีดังนี้
สมัครเป็นพาร์ทเนอร์คนขับกับแพลตฟอร์มที่เปิดให้บริการในพื้นที่ เช่น Grab หรือ LINE MAN
- ตรวจสอบว่ารถและเอกสารของคุณตรงตามข้อกำหนดของแพลตฟอร์ม รวมถึงมีใบขับขี่ ทะเบียนรถ และประกันภัยที่เหมาะสม
- เลือกช่วงเวลารับงานให้เข้ากับตารางชีวิต และคำนวณค่าน้ำมัน ค่าบำรุงรักษารถ และค่าธรรมเนียมก่อนประเมินรายได้สุทธิ
25. ให้เช่าบ้านหรือห้องว่าง
รายได้โดยประมาณ: ใช้เครื่องมือประเมินรายได้ของ Airbnb เพื่อดูตัวเลขเบื้องต้น โดยรายได้จริงขึ้นอยู่กับทำเล ประเภทที่พัก ราคา ฤดูกาล และอัตราการเข้าพัก
การให้เช่าห้องว่างหรือพื้นที่ที่ไม่ได้ใช้งานช่วยเปลี่ยนทรัพย์สินที่มีอยู่ให้เป็นรายได้ แต่ต้องตรวจสอบกฎหมายท้องถิ่น ข้อบังคับอาคาร และเงื่อนไขของนิติบุคคลก่อนเปิดรับผู้เข้าพัก
ในประเทศไทย การปล่อยที่พักระยะสั้นอาจอยู่ภายใต้พระราชบัญญัติโรงแรมและกฎกระทรวงที่เกี่ยวข้อง หากที่พักไม่เข้าเกณฑ์ยกเว้น อาจต้องขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรมจากกรมการปกครอง
Airbnb ระบุว่า การประกอบธุรกิจโรงแรมโดยไม่มีใบอนุญาตอาจมีโทษตามกฎหมาย เจ้าของที่พักจึงควรตรวจสอบสถานะของทรัพย์สินและขอคำแนะนำจากสำนักงานเขต อำเภอ หรือหน่วยงานท้องถิ่นก่อนลงประกาศ
คำแนะนำสำหรับมือใหม่
เริ่มจากห้องเดียวเพื่อเรียนรู้ขั้นตอนการต้อนรับ การทำความสะอาด การสื่อสารกับผู้เข้าพัก และการจัดการรีวิว โดยต้องดำเนินการภายใต้กฎหมายและข้อบังคับที่ใช้กับที่พักของคุณ
วิธีเริ่มต้น
วิธีเริ่มให้เช่าห้องว่างเป็นอาชีพเสริม มีดังนี้
- ตรวจสอบกฎหมาย ข้อบังคับอาคาร ภาษี และใบอนุญาตที่เกี่ยวข้อง แล้วจึงลงประกาศบน Airbnb หรือแพลตฟอร์มที่ให้บริการในไทย
- อัปโหลดภาพถ่ายคุณภาพสูง พร้อมระบุขนาดห้อง สิ่งอำนวยความสะดวก กฎของที่พัก และค่าใช้จ่ายทั้งหมดให้ชัดเจน
- สามารถต่อยอดรายได้ด้วยการแนะนำสินค้าที่ผู้เข้าพักใช้จริง โดยใช้ Shopify Collabs เพื่อรับค่าคอมมิชชันจากสินค้าที่ร่วมรายการ และติด QR Code ที่เชื่อมไปยังหน้าซื้อสินค้า ทั้งนี้ควรแจ้งให้ผู้เข้าพักทราบอย่างโปร่งใสว่าเป็นลิงก์ Affiliate
26. ขับรถรับส่งผู้โดยสารผ่านแอป
รายได้โดยประมาณ: แตกต่างกันตามพื้นที่ จำนวนเที่ยว ช่วงเวลาที่รับงาน ประเภทรถ โบนัส และต้นทุน เช่น ค่าน้ำมัน ค่าบำรุงรักษา และประกันภัย
ผู้ที่ต้องการหารายได้จากการขับรถสามารถสมัครกับแพลตฟอร์มเรียกรถที่ให้บริการในไทย เช่น Grab หรือ LINE MAN RIDE โดยต้องตรวจสอบพื้นที่ให้บริการและคุณสมบัติของผู้สมัครแต่ละแพลตฟอร์ม
Grab ระบุว่าผู้สมัคร GrabCar ต้องมีอายุ 18-70 ปี เป็นผู้มีสัญชาติไทย ไม่มีประวัติอาชญากรรมร้ายแรง และใช้รถที่มีอายุไม่เกิน 9 ปี ส่วนบริการประเภทอื่นอาจมีเกณฑ์เพิ่มเติม
นอกจากนี้ คนขับควรคำนวณรายได้สุทธิหลังหักค่าน้ำมัน ค่าทางด่วน ค่าบำรุงรักษา ค่าเสื่อมราคา และค่าธรรมเนียมของแพลตฟอร์ม ไม่ควรประเมินความคุ้มค่าจากยอดรับรวมเพียงอย่างเดียว
คำแนะนำสำหรับมือใหม่
เลือกแพลตฟอร์มให้เหมาะกับตารางเวลา พื้นที่ และประเภทรถของคุณ โดย Grab ระบุคุณสมบัติผู้สมัครและรถที่รองรับไว้ในหน้าสมัครอย่างเป็นทางการ
ตรวจสอบข้อกำหนดทางกฎหมายก่อนเริ่มรับงาน เช่น ใบขับขี่สาธารณะและการจดทะเบียนรถรับจ้างผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ โดย LINE MAN RIDE มีข้อมูลสนับสนุนคนขับในการดำเนินการตามข้อกำหนดดังกล่าว
วิธีเริ่มต้น
- วิธีเริ่มขับรถรับส่งผู้โดยสารผ่านแอป มีดังนี้
- เปรียบเทียบแพลตฟอร์มเรียกรถและตรวจสอบว่าคุณสมบัติของคุณกับรถตรงตามเกณฑ์หรือไม่
- กำหนดเวลารับงานที่ยืดหยุ่น ทดลองหลายช่วงเวลา และบันทึกรายรับกับค่าใช้จ่ายเพื่อหาช่วงที่คุ้มค่าที่สุด
27. ล้างและดูแลรถ
รายได้โดยประมาณ: แตกต่างกันตามประเภทรถ ขอบเขตงาน สถานที่ให้บริการ และบริการเสริม
งานล้างรถทั้งภายนอกและภายในเริ่มได้ด้วยอุปกรณ์พื้นฐาน สามารถรับงานจากคนในชุมชน กลุ่มออนไลน์ในพื้นที่ หรือประกาศบริการผ่านโซเชียลมีเดีย
เมื่อมีทักษะและชื่อเสียงมากขึ้น สามารถเพิ่มบริการระดับพรีเมียม เช่น ขัดแก้สีรถ เคลือบเซรามิก ทำความสะอาดภายในเชิงลึก หรือให้บริการ Mobile Detailing ที่เดินทางไปหาลูกค้า
คำแนะนำสำหรับมือใหม่
เริ่มให้บริการกับเพื่อน ครอบครัว และคนในละแวกใกล้เคียงเพื่อเก็บผลงานและรีวิว งานประเภทนี้ตัดสินคุณภาพจากผลลัพธ์ที่มองเห็นได้ จึงควรถ่ายภาพก่อนและหลังเพื่อใช้โปรโมตบนโซเชียลมีเดีย
วิธีเริ่มต้น
วิธีเริ่มรับล้างหรือดูแลรถเป็นอาชีพเสริม มีดังนี้
- ใช้ภาพถ่ายบนโซเชียลมีเดียเพื่อแสดงคุณภาพและรายละเอียดของผลงาน
- เสนอออปชันเสริม เช่น ลงแวกซ์ ทำความสะอาดเบาะ หรือเคลือบสี โดยระบุราคาและขอบเขตงานให้ชัดเจน
- พิจารณาแพ็กเกจดูแลรถรายเดือนสำหรับลูกค้าที่ต้องการใช้บริการเป็นประจำ
28. ตัดหญ้าและทำงานจัดสวนอื่นๆ
รายได้โดยประมาณ: แตกต่างกันตามประเภทงาน ระยะเวลา พื้นที่ และวัสดุที่ใช้ ตัวอย่างเช่น Simply ระบุราคาเริ่มต้นของบริการทำความสะอาดบ้านที่ 499 บาท ซึ่งเป็นราคาที่ลูกค้าจ่าย ไม่ใช่รายได้สุทธิของผู้ให้บริการ
งานซ่อมแซมเล็ก ๆ ทำความสะอาด และดูแลสวนเหมาะกับการทำในเวลาว่าง สามารถหาลูกค้าผ่านกลุ่มชุมชน โซเชียลมีเดีย หรือแพลตฟอร์มบริการในพื้นที่
คำแนะนำสำหรับมือใหม่
เริ่มจากบริการที่ทำได้ดีและมีความเสี่ยงต่ำ เช่น ทำความสะอาดทั่วไป ตัดหญ้า หรือประกอบเฟอร์นิเจอร์ โดยหลีกเลี่ยงงานระบบไฟฟ้า ประปา หรือโครงสร้างที่ต้องใช้ช่างผู้ชำนาญหรือใบอนุญาต
สร้างความน่าเชื่อถือด้วยภาพผลงาน รีวิวจากลูกค้าจริง ใบเสนอราคาที่ระบุขอบเขตงาน และเงื่อนไขค่าอุปกรณ์หรือค่าเดินทางอย่างชัดเจน
วิธีเริ่มต้น
- วิธีเริ่มธุรกิจบริการช่างหรืองานทำความสะอาด มีดังนี้
- ลงประกาศบริการผ่านกลุ่มชุมชน โซเชียลมีเดีย หรือแพลตฟอร์มฟรีแลนซ์ที่เปิดให้บริการในไทย
- สำรวจราคาบริการใกล้เคียงในพื้นที่เพื่อกำหนดค่าบริการ พร้อมแยกค่าแรง วัสดุ และค่าเดินทางให้ลูกค้าเข้าใจง่าย
- เริ่มจากงานพื้นฐานที่ใช้อุปกรณ์ไม่มาก เช่น ดูแลสวนหรือทำความสะอาด ก่อนเพิ่มบริการที่ซับซ้อนขึ้น
29. จัดทัวร์ในละแวกใกล้เคียง
รายได้โดยประมาณ: ขึ้นอยู่กับสถานที่ ระยะเวลาทัวร์ จำนวนผู้เข้าร่วม ค่าใช้จ่าย และการแข่งขันในพื้นที่
แพลตฟอร์มอย่าง GetYourGuide และ Airbnb Experiences ช่วยให้ผู้จัดกิจกรรมเข้าถึงนักท่องเที่ยวได้ แต่ต้องตรวจสอบว่ารูปแบบบริการเข้าข่ายธุรกิจนำเที่ยวหรืองานมัคคุเทศก์ตามกฎหมายไทยหรือไม่
รายได้จะแตกต่างกันตามจุดเด่นของย่าน รูปแบบกิจกรรม จำนวนผู้เข้าร่วม และคู่แข่ง ควรคำนวณค่าเดินทาง ค่าเข้าสถานที่ อาหาร อุปกรณ์ ค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม และภาษีก่อนตั้งราคา
คำแนะนำสำหรับมือใหม่
กิจกรรมที่ออกแบบให้คนในพื้นที่ก็มีคุณค่าได้ เช่น ทัวร์อาหาร เวิร์กช็อปงานฝีมือ หรือเส้นทางประวัติศาสตร์ที่เล่าเรื่องย่านจากมุมมองของคนท้องถิ่น
ประเทศไทยกำกับดูแลธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ ผู้ให้บริการควรตรวจสอบประเภทใบอนุญาต คุณสมบัติ และขอบเขตงานผ่านระบบทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ของกรมการท่องเที่ยวก่อนเปิดขายทัวร์
หากกิจกรรมไม่เข้าข่ายงานมัคคุเทศก์ เช่น เวิร์กช็อปส่วนตัวหรือกิจกรรมชุมชน ก็ควรตรวจสอบข้อกำหนดเฉพาะของสถานที่ ความปลอดภัย ประกันภัย และภาษีที่เกี่ยวข้องเช่นกัน
วิธีเริ่มต้น
- วิธีสร้างรายได้จากการจัดทัวร์หรือกิจกรรมในพื้นที่ มีดังนี้
- ศึกษาประวัติ เรื่องเล่า และจุดเด่นเฉพาะของย่านให้ถูกต้อง พร้อมออกแบบเส้นทางที่ปลอดภัยและจัดการเวลาได้จริง
- ตรวจสอบกฎหมายและใบอนุญาตกับกรมการท่องเที่ยว รวมถึงข้อกำหนดของสถานที่หรือหน่วยงานท้องถิ่น
- สมัครแพลตฟอร์มที่รองรับกิจกรรมในไทย เช่น Airbnb Experiences หรือ GetYourGuide หลังตรวจสอบคุณสมบัติและค่าธรรมเนียม
- สร้างวิดีโอสั้นเพื่อแนะนำบรรยากาศ จุดเด่น และสิ่งที่ผู้เข้าร่วมจะได้รับจากกิจกรรม
30. ให้บริการดูแลสัตว์เลี้ยงและพาสุนัขเดินเล่น
รายได้โดยประมาณ: แตกต่างกันตามพื้นที่ ประเภทสัตว์ ระยะเวลา จำนวนสัตว์ และบริการที่รวมอยู่ สามารถเปรียบเทียบราคาผู้ให้บริการในกรุงเทพฯ ผ่าน PetBacker
เจ้าของจำนวนมากมองสัตว์เลี้ยงเป็นสมาชิกในครอบครัว จึงต้องการผู้ดูแลที่ไว้ใจได้ สามารถรับฝากสัตว์ที่บ้านลูกค้าหรือบ้านของตัวเอง รับเยี่ยมบ้าน หรือให้บริการพาสุนัขเดินเล่นเป็นอาชีพเสริม
คำแนะนำสำหรับมือใหม่
ใช้ประสบการณ์จริงกับสัตว์เป็นจุดเริ่มต้น และเก็บข้อมูลความต้องการของสัตว์แต่ละตัวให้ครบ เช่น อาหาร ยา พฤติกรรม การแพ้ ช่องทางติดต่อสัตวแพทย์ และเบอร์ฉุกเฉิน งานดูแลลูกสัตว์ สัตว์สูงวัย หรือสัตว์ที่มีโรคประจำตัวควรรับเฉพาะเมื่อมีทักษะเพียงพอ
วิธีเริ่มต้น
วิธีเริ่มสร้างรายได้จากการดูแลสัตว์เลี้ยง มีดังนี้
- เริ่มให้บริการกับเพื่อนหรือเพื่อนบ้านเพื่อสะสมประสบการณ์ รีวิว และภาพผลงาน โดยขออนุญาตเจ้าของก่อนเผยแพร่ภาพสัตว์ทุกครั้ง
- สมัครแพลตฟอร์มที่ให้บริการในไทย เช่น PetBacker และตรวจสอบพื้นที่ให้บริการ ค่าธรรมเนียม ระบบชำระเงิน และความคุ้มครองของแพลตฟอร์ม
- พิจารณาประกันภัยที่เหมาะกับการให้บริการ และจัดทำข้อตกลงเรื่องความรับผิดชอบ การรักษาพยาบาลฉุกเฉิน และค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้น
- เรียนหลักสูตรปฐมพยาบาลสัตว์เลี้ยงเพื่อเพิ่มทักษะและสร้างความมั่นใจให้ลูกค้า
รายได้จากงานเสริม ภาษี และสิ่งที่ควรรู้ก่อนเริ่ม
รายได้จากงานเสริมอาจถือเป็นเงินได้พึงประเมินตามประมวลรัษฎากร โดยประเภทเงินได้ วิธีหักค่าใช้จ่าย และแบบภาษีที่ต้องยื่นจะแตกต่างกันตามลักษณะงาน ต่อไปนี้คือเรื่องพื้นฐานที่ควรรู้
หมายเหตุ: ข้อมูลนี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำด้านภาษีหรือกฎหมาย ควรปรึกษานักบัญชี ผู้ให้คำปรึกษาด้านภาษี หรือกรมสรรพากรเพื่อให้แน่ใจว่าดำเนินการถูกต้อง
บันทึกรายได้ตั้งแต่วันแรก
แยกรายได้จากงานเสริมออกจากเงินเดือนหรือรายได้ประเภทอื่น เพื่อให้ติดตามยอดได้ง่าย ผู้ที่มีทั้งเงินเดือนและเงินได้อื่นโดยทั่วไปต้องใช้ แบบ ภ.ง.ด.90 ในการยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
เครื่องมือบัญชีอย่าง QuickBooks และ Xero ช่วยจัดหมวดหมู่รายรับรายจ่ายได้ ควรเก็บรายการเดินบัญชี หลักฐานการรับเงิน ใบเสร็จและเอกสารค่าใช้จ่ายทางธุรกิจไว้ให้ครบ
“ลงมือทำ ศึกษาสินค้า คำนวณตัวเลขทุกอย่างที่ทำได้ และพยายามทำความเข้าใจสถานะการเงินของตัวเอง” Bill Bachand ผู้ก่อตั้ง Renu Therapy กล่าวไว้ในการสัมภาษณ์กับ Shopify Masters
“ผมไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญด้านการเงิน แต่ผมอ่านงบดุลและงบกำไรขาดทุนได้ และรู้ว่าค่าใช้จ่ายแต่ละรายการควรจัดอยู่ในหมวดใด เพราะเมื่อข้อมูลการเงินถูกต้อง เราก็ตัดสินใจได้ดีขึ้น”
ทำความเข้าใจกฎการยื่นภาษีของงานเสริม
กรมสรรพากรแบ่งเงินได้บุคคลธรรมดาเป็นหลายประเภทตามมาตรา 40 งานรับจ้าง ฟรีแลนซ์ ค่าเช่า การขายสินค้า และการประกอบธุรกิจอาจอยู่คนละประเภท จึงควรจำแนกรายได้ให้ถูกต้องก่อนคำนวณภาษีและค่าใช้จ่ายที่หักได้
แบบภาษีที่เกี่ยวข้องกับผู้มีรายได้เสริมอาจรวมถึง
- ภ.ง.ด.90 สำหรับผู้มีเงินได้กรณีทั่วไป รวมถึงผู้ที่มีทั้งเงินเดือนและเงินได้ประเภทอื่น
- ภ.ง.ด.94 สำหรับการยื่นภาษีครึ่งปีของผู้มีเงินได้ตามมาตรา 40(5)-(8) ที่เข้าเกณฑ์ โดยดูรายละเอียดได้จากกรมสรรพากร
วางแผนเงินสำหรับภาษีล่วงหน้า
บันทึกรายได้ ค่าใช้จ่าย และภาษีหัก ณ ที่จ่ายอย่างสม่ำเสมอ แล้วประเมินภาระภาษีเป็นระยะ หากมีเงินได้ตามมาตรา 40(5)-(8) ในช่วงเดือนมกราคมถึงมิถุนายนและเข้าเกณฑ์ อาจต้องยื่น ภ.ง.ด.94 ส่วนการยื่นสิ้นปีให้ตรวจสอบแบบและกำหนดเวลาล่าสุดจากกรมสรรพากร
วิธีการเลือกงานเสริม
งานเสริมตรงกับความสนใจหรือไม่
อาจเริ่มจากนิชที่สนใจ เช่น สินค้าสำหรับทำสวน หรือเลือกโมเดลธุรกิจที่อยากลอง เช่น การสร้างคอนเทนต์บนโซเชียลมีเดีย ความสนใจช่วยให้เรียนรู้และทำต่อเนื่องได้ง่ายขึ้น แต่ควรตรวจสอบความต้องการของตลาดควบคู่กัน
งานเสริมมีความคุ้มค่าทางการเงินหรือไม่
เช่นเดียวกับธุรกิจทั่วไป งานเสริมมักต้องใช้เวลาก่อนสร้างรายได้ ตัวอย่างเช่น ข้อมูลของ Productive Blogging ระบุว่า บล็อกเกอร์ในแบบสำรวจใช้เวลาเฉลี่ย 21 เดือน กว่าจะมีรายได้ครั้งแรก ผลลัพธ์จริงอาจแตกต่างกันตามนิช ทักษะ และวิธีสร้างรายได้
มองหาวิธีตอบสนองความต้องการของลูกค้าเพื่อสร้างยอดขายแรก เมื่อเริ่มมีรายได้แล้ว ให้ประเมินกำไรหลังหักต้นทุน เวลา และภาษี เพื่อดูว่าผลตอบแทนคุ้มกับแรงที่ลงไปหรือไม่
งานเสริมเข้ากับตารางชีวิตหรือไม่
หากตารางประจำวันแน่นอยู่แล้ว ให้เลือกงานที่แบ่งเป็นช่วงสั้น ๆ และทำได้ในเวลาว่าง เช่น แบบสำรวจออนไลน์มักไม่มีตารางผูกมัด จึงเลือกรับแบบสอบถามเมื่อสะดวกได้
รายได้แบบ Passive หรืองานที่ต้องลงมือทำ แบบไหนเหมาะกับคุณ
ตัดสินใจว่าต้องการงานเสริมที่ต้องดูแลต่อเนื่อง หรือรูปแบบที่สามารถทำเป็นช่วง ๆ แล้วพักได้
งานเสริมแต่ละประเภทใช้เวลาต่างกัน และแม้แต่ไอเดีย Passive Income ก็ต้องลงแรงในช่วงเริ่มต้น ตัวอย่างเช่น การอัปโหลดภาพเพื่อขายบนเว็บไซต์สต๊อกมักใช้เวลาดูแลรายวันน้อยกว่างานรับดูแลสัตว์เลี้ยง
วิธีเริ่มงานเสริมควบคู่กับงานประจำ
งานเสริมช่วยเพิ่มรายได้ แต่ก็เหมือนการเริ่มสิ่งใหม่ทั่วไป คือจำเป็นต้องลงแรงในช่วงแรกเพื่อสร้างฐานลูกค้าและทำให้เริ่มเห็นผล
“สิ่งที่ต้องมีคือความหลงใหล ความอดทน และความมุ่งมั่น” Young D สมาชิกวง Snotty Nose Rez Kids กล่าวในการสัมภาษณ์กับ Shopify Masters “เราใช้เวลาถึง 3 ปีกว่าจะมีรายได้เพียงพอต่อการดำรงชีวิต”
“หากจะเริ่มทำอะไร โดยเฉพาะการเป็นผู้ประกอบการ คุณต้องใช้เวลาสร้างมันขึ้นมา แนวคิดของเราคือ เราจะแพ้ก็ต่อเมื่อยอมเลิก เราจึงทำต่อไป”
บริหารเวลาอย่างมีขอบเขต
เลือกงานเสริมที่เข้ากับช่วงเวลาว่างตามธรรมชาติ หากมีเวลาช่วงเย็น งานที่ทำออนไลน์ได้ทั้งหมด เช่น งานเขียนฟรีแลนซ์หรือออกแบบกราฟิก อาจเหมาะกว่างานที่ต้องเดินทาง
มองหาช่วงเวลาที่ใช้ประโยชน์ได้มากขึ้น เช่น พักกลางวันหรือระหว่างเดินทางด้วยขนส่งสาธารณะ แต่ไม่ควรนำงานเสริมไปทำในเวลางานประจำหากขัดกับสัญญาจ้างหรือนโยบายของนายจ้าง
“เมื่อกลับถึงบ้าน ฉันใช้เวลาช่วงกลางคืนและวันหยุดสุดสัปดาห์กับโปรเจกต์ที่หลงใหล และต้องบริหารเวลาอย่างรอบคอบเพื่อทำให้มันเริ่มต้นได้จริง” Nancy Twine ผู้ก่อตั้ง Briogeo Hair Care กล่าวในการสัมภาษณ์กับ Shopify Masters
วางแผนที่ทำได้จริง
เมื่อเลือกงานเสริมแล้ว ให้เขียนรายการสิ่งที่ต้องเตรียม เช่น พื้นที่ทำงาน อุปกรณ์ เงินลงทุน ทักษะที่ต้องเรียน หรือช่องทางหาลูกค้า แล้วเรียงลำดับจากสิ่งที่จำเป็นที่สุด
กำหนดเป้าหมายที่ชัดเจนและทำได้
แทนที่จะตั้งเป้ากว้าง ๆ ให้ระบุตัวเลขและกรอบเวลา เช่น หาลูกค้าใหม่ 3 ราย หรือผลิตคอนเทนต์ 12 ชิ้นภายใน 3 เดือน
ใช้ระบบอัตโนมัติและมอบหมายงาน
ไม่ว่าจะใช้ผู้ช่วย AI อย่าง Shopify Sidekick เครื่องมือ SEO หรือจ้างฟรีแลนซ์ ให้มองหาระบบที่ช่วยลดงานธุรการและงานซ้ำ ๆ เพื่อเหลือเวลาให้กับงานที่สร้างคุณค่าหรือรายได้โดยตรง
“ฉันทุ่มเวลาให้กับสิ่งที่ตรงกับความสามารถที่สุด เช่น คิดสูตร เขียนบรีฟ ตั้งชื่อสินค้า และวางแนวคิดการตลาด จึงทำงานเหล่านี้ได้ในช่วงกลางคืนและวันหยุดสุดสัปดาห์” Nancy กล่าว
ตัดสินใจว่าจะขยายงานเสริมหรือคงขนาดเดิม
ตัดสินใจตั้งแต่ต้นว่าต้องการให้งานเสริมเป็นเพียงรายได้เพิ่มเติม หรือมีเป้าหมายพัฒนาเป็นธุรกิจเต็มเวลา เพราะคำตอบจะมีผลต่อเวลา เงินลงทุน และแผนการเติบโต
ขณะเดียวกัน ควรประเมินว่ารับงานเพิ่มได้มากแค่ไหนโดยไม่กระทบสุขภาพ งานประจำ ครอบครัว หรือเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะหมดไฟ
“เมื่อหลงใหลในสิ่งที่ทำ เราสามารถใช้เวลาว่างจากงานประจำกับมันได้มาก สิ่งนี้ทำให้เรามั่นใจพอที่จะเปลี่ยนมาทำเต็มเวลา” Niall Horgan ผู้ร่วมก่อตั้ง Gym+Coffee กล่าวในการสัมภาษณ์กับ Shopify Masters
งานเสริมและกลโกงที่ควรเลี่ยง
บนอินเทอร์เน็ตมีทั้งโฆษณาที่รับประกันรายได้ง่าย ๆ และคอนเทนต์ที่ชักชวนให้เชื่อว่าสามารถรวยได้อย่างรวดเร็ว
ควรระวังงานแบบ “จ่ายก่อนจึงมีสิทธิ์หารายได้” โดยเฉพาะข้อเสนอที่บังคับให้ซื้อแพ็กเกจ อบรม หรือสินค้าเป็นเงินจำนวนมากก่อนเริ่มงาน เพราะอาจทำให้เสียทั้งเวลาและเงิน หรือเป็นกลโกงได้ ตรวจสอบนิติบุคคลผ่าน DBD DataWarehouse+ และหากสงสัยว่าเป็นอาชญากรรมออนไลน์ สามารถดูข้อมูลหรือแจ้งความผ่าน Thai Police Online
สัญญาณเตือนของงานเสริมที่ควรระวัง ได้แก่
- งานที่ต้องจ่ายเงินก่อนเริ่มทำ โดยอ้างว่าจะได้รับผลตอบแทนสูงหรือคืนทุนอย่างรวดเร็ว
- ธุรกิจขายตรงหรือการตลาดหลายระดับที่เน้นรายได้จากการชักชวนสมาชิกมากกว่าการขายสินค้า ควรตรวจสอบชื่อผู้ประกอบธุรกิจและสถานะการจดทะเบียนผ่าน OCPB Direct ของ สคบ. ก่อนตัดสินใจ
- งานฝีมือที่ขยายกำลังผลิตได้ยาก สินค้าบางประเภทใช้เวลาทำนานแต่ขายได้ราคาไม่สูง จึงอาจเหลือกำไรน้อยเมื่อคิดค่าแรงของตัวเอง
- งานที่ต้องเดินทางมาก ค่าเชื้อเพลิง ที่พัก ทางด่วน และค่าเสื่อมรถอาจสูงกว่ารายได้ที่ได้รับ
- งานที่มีความเสี่ยงถูก AI ทดแทน หากกังวลเรื่องนี้ อาจเน้นงานที่ต้องใช้ทักษะภาคสนาม ความไว้วางใจ หรือการตัดสินใจเฉพาะหน้า เช่น งานทำความสะอาด งานช่าง หรือบริการดูแลบุคคลและสัตว์เลี้ยง
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับงานเสริม
อาชีพเสริมคืออะไร?
อาชีพเสริม คือกิจกรรมใดๆ ก็ตามที่สร้างรายได้ให้กับคุณ โดยทำควบคู่ไปกับงานประจำหรืองานหลัก แตกต่างจากธุรกิจแบบเต็มเวลาตรงที่ อาชีพเสริมมักใช้เวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมงต่อสัปดาห์ และสามารถเริ่มต้นได้โดยใช้เงินลงทุนเริ่มต้นเพียงเล็กน้อย
ไอเดียอาชีพเสริมที่เริ่มต้นทำจากที่บ้านได้ง่ายที่สุดมีอะไรบ้าง?
อาชีพเสริมที่เริ่มต้นได้ง่ายที่สุดนั้นขึ้นอยู่กับประสบการณ์และทรัพยากรของคุณ ตัวอย่างเช่น การขับรถรับส่งผู้โดยสาร การรับจ้างอิสร การทำตลาดแบบช่วยขาย การขายสินค้าแฮนด์เมด การรับจ้างทำความสะอาด หรือการทำแบบสอบถามออนไลน์
อาชีพเสริมที่ใช้ AI แบบไหนดีที่สุดสำหรับมือใหม่?
อาชีพเสริมเกี่ยวกับ AI ที่ดีที่สุดสำหรับมือใหม่อาจขึ้นอยู่กับทักษะที่คุณมีอยู่แล้ว คุณสามารถทำงานเป็นฟรีแลนซ์เพื่อช่วยนักพัฒนาแอปพลิเคชันในการเทรนโมเดล AI เพื่อให้พวกเขาได้นำไปปรับปรุงและพัฒนาเครื่องมือให้ดีขึ้นได้
อาชีพเสริมไหนบ้างที่จ่ายเงินเป็นรายสัปดาห์?
อาชีพเสริมต่อไปนี้มีตัวเลือกการจ่ายเงินเป็นรายสัปดาห์
- Uber จ่ายเงินให้คนขับทุกวันจันทร์
- Rover จ่ายเงินให้คนรับเลี้ยงสัตว์ทุกวันอังคารสำหรับการจองแบบประจำ
- Kit จ่ายเงินให้ครีเอเตอร์สำหรับยอดขายสินค้าดิจิทัลและจดหมายข่าวทุกวันศุกร์หากคุณขายสินค้าหรือบริการผ่านร้านค้าออนไลน์ของตัวเอง Shopify จะช่วยให้คุณตั้งค่าระบบจ่ายเงินอัตโนมัติแบบรายวัน รายสัปดาห์ หรือรายเดือนได้

